You need to upgrade your Flash Player This is replaced by the Flash content. Place your alternate content here and users without the Flash plugin or with Javascript turned off will see this. Content here allows you to leave out noscript tags.

รูปแบบของธุรกิจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) เป็นตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติก และปิโตรเคมี รวมถึงสารเติมแต่งที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์พลาสติก  และปิโตรเคมีอื่นๆ โดยบริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทชั้นนำทั้งในด้านกำลังการผลิต และเทคโนโลยีทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ รวมกันถึง 32 บริษัท อาทิเช่น บริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติกในกลุ่มปิโตรเคมีที่บมจ.ปูนซิเมนต์ไทยถือหุ้นทั้งร้อยเปอร์เซนต์ บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ExxonMobil Chemical, DuPont Performance Polymers, บริษัท สยามโพลีสไตรีน จำกัด, และ Chi Mei Corporation ซึ่งบริษัทฯ ถือเป็นบริษัทไทยที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทผู้ผลิตเม็ดพลาสติก สารเติมแต่ง และเคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมพลาสติกและปิโตรเคมีที่หลากหลายที่สุดในประเทศไทย

บริษัท มีวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทที่มีความมุ่งมั่นจะเป็นพันธมิตร/คู่คิดที่ดีที่สุด ในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ก่อประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย การให้บริการที่ดีเลิศในการจัดหาวัตถุดิบสินค้าอุตสาหกรรม โดยบริษัทไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่บริษัทยังเป็นศูนย์รวมความรู้และเทคโนโลยีล่าสุด จากผู้ผลิตชั้นนำของโลกจึงทำให้สามารถให้คำปรึกษาทางวิชาการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าในด้านการผลิต และเชื่อมโยงต่อไปถึงด้านการตลาด นอกจากนี้บริษัทถือหลักพันธมิตรในการทำธุรกิจกับลูกค้า ผู้ผลิต และสถาบันการเงินที่เน้น การเกื้อกูลกันเพื่อการค้าในระยะยาว

 

   
   

ประวัติบริษัท

 
   
ปี 2537

ก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ในชื่อ “บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด” เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2537

   
ปี 2538

บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายเม็ดพลาสติก HDPE ของบริษัท บางกอกโพลีเอทีลีน จำกัด (มหาชน) และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท

   
ปี 2539

บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท เอสซีจี พลาสติก จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ซีซีซี ค้าเคมีภัณฑ์ จำกัด) ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการค้ากับกลุ่มปิโตรเคมีของปูนซิเมนต์ไทย โดยในขณะนั้นบริษัทฯ ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มียอดขายเป็นอันดับ 17 ของ บริษัท เอสซีจี พลาสติก จำกัด และยังได้รับการแต่งตั้งจาก Eastman Chemical ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า เกรดพิเศษ (Specialty Product) และการทำการค้ากับบริษัทข้ามชาติ หลังจากนั้นก็มีบริษัทระดับโลกหลายรายก็ได้ติดต่อให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า และบริษัทฯ ได้มีการเพิ่มทุนเป็น 10 ล้านบาท

   
ปี 2540

บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทฯ และบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Dupont Engineering Polymers ที่เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก POLYAMIDE 66 หรือ NYLON 66 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตัวแทนจำหน่ายของ Chi Mei Corporation ผู้ผลิต ABS รายใหญ่ที่สุดของโลก

   
ปี 2541

ได้รับแต่งตั้งจาก Ciba Specialty Chemical ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าสารเติมแต่งสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกระดับโลก และ Owen Corning Australia PTY ผู้ผลิต Fiber Glass ให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย และเพิ่มทุนเป็น 30 ล้านบาท

   
ปี 2542

ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทสยามโพลีสไตรีน จำกัด (ประเทศไทย) (Dow Chemical Thailand บริษัทเคมีและพลาสติกชั้นนำของโลก) และ Cabot Plastics Hongkong Ltd. ผู้ผลิต Masterbatch ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนเป็น 50 ล้านบาท และทำยอดขายได้เกิน 500 ล้านบาทเป็นครั้งแรกt

   
ปี 2543

Advance Elastomer Systems (AES) หลังจากการควบรวมกิจการปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Exxon Mobil ซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PP ผสมยางที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่าย และบริษัทฯ มีการขยายวงเงินสินเชื่อจาก 3 ธนาคารเป็น 6 ธนาคาร ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ยอดขายของบริษัทฯ ในปี 2543 เพิ่มขึ้น 57% จาก ปี 2542 นั่นคือเพิ่มจาก 542 ล้านบาท เป็น 849 ล้านบาท

   
ปี 2544

บริษัทฯ มียอดขายเกินหลักพันล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยมียอดขายในปี 2544 เท่ากับ 1,116 ล้านบาท และบริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาทเป็น 80 ล้านบาท เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของบริษัทฯ

   
ปี 2546

บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนเป็น 100 ล้านบาท และย้ายที่ตั้งคลังสินค้ามาอยู่บริเวณที่ตั้งปัจจุบันที่ถนนกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นที่ตั้งยุทธศาสตร์เนื่องจากอยู่ใกล้ลูกค้า มีความสะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากแหล่งผลิตในประเทศที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หรือสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศผ่านทางท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และบริษัทฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต PVC ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน.

   
ปี 2547

บริษัทฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจาก Exxon Mobil ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินงาน บริษัทฯ จึงได้ย้ายที่ตั้งของสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่เดียวกับคลังสินค้าบริษัทฯ มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัท
ครั้งที่ 15/2547 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2547 โดยมีมติให้จ่ายเงินปันผลจำนวน 78 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระ (ในคราวเดียวกัน) อีก 55 ล้านบาท เป็น 155 ล้านบาท ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2547 และ 2/2547 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 และ 17 ธันวาคม 2547 ตามลำดับ มีมติอนุมัติเงินปันผล และการเพิ่มทุนดังกล่าว

   
ปี 2548

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2548 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 โดยผู้ถือหุ้นได้มีการลงมติให้

       1. เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 100 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น
       2. ยืนยันการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
       3. เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท โดยเพิ่มทุนจำนวน 45 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาทต่อหุ้น เพื่อเสนอขายต่อประชาชน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจในการพิจารณาและกำหนดรายละเอียดในการเสนอขายหุ้นดังกล่าว  ต่อมา บริษัทฯ ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ ทำการจดทะเบียนแปรสภาพ และเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น “บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)” เรียบร้อย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2548 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2548 มีมติให้แก้ไขการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 45 ล้านหุ้นใหม่ ดังนี้

      1. หุ้นสามัญจำนวน 1.1 ล้านหุ้น ให้เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯในราคาเท่ากับมูลค่า
         ของงวดปีบัญชี 2547 ซึ่งเท่ากับ 1.03 บาทต่อหุ้น
      2. หุ้นสามัญจำนวน 43.9 ล้านหุ้น ให้เสนอขายต่อประชาชน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจในการ
         พิจารณาและกำหนดรายละเอียดในการเสนอขายหุ้นดังกล่าว
      3. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 15 รายได้ทำการซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1.1 ล้านหุ้น ที่จัดสรรไว้
         สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ในวันที่ 8-14 มิถุนายน 2548 และบริษัทฯ ได้ทำการจดทะเบียน
         การเพิ่มทุนดังกล่าวเรียบร้อยแล้วในวันที่ 28 มิถุนายน 2548 ทำให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 156.1          ล้านบาท
      4. บริษัทได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ให้เสนอขายหุ้นต่อ
         ประชาชนทั่วไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2548 โดยได้เปิดให้มีการจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2548          และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2548 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์ จาก 156.1 ล้านบาท          เป็น 200 ล้านบาท
      5. เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2548 ได้เปิดให้มีการซื้อขายหุ้นสามัญของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็น
          ครั้งแรก ในหมวดปิโตรเคมี ภายใต้ชื่อย่อ “GC”

               ปี 2549 ได้รับเอกสารแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Nanocor, Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าสารเติมแต่งสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก
และ BASF CATALYSTS LLC. (เดิมชื่อ Engelhard corporation) ผู้ผลิตสินค้า Catalyst
   

ปี 2550

ลงนามร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในสัญญาการให้การสนับสนุนทางการเงินในโครงการ K – Dealer Financing เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 โดยธนาคารจะสนับสนุนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนให้กับลูกค้าของบริษัท เพื่อความสะดวก และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงิน

ฉลองครบรอบ 10 ปีความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรทางการค้ากับบริษัท DuPont  เมื่อวันที่ 13กันยายน 2550   ณ โรงแรมสุโขทัย

 
ปี 2551 ร่วมกับ Dupont, Eastman และ Dainippon Ink and Chemicals, Incorporated (DIC) จัดสัมมนาเรื่อง Metal & Glass Replacement ณ. ห้องประชุมบริษัท  โดยทางบริษัทได้เชิญลูกค้าของบริษัท และผู้ที่สนใจในกลุ่มอุตสาหกรรม Automotive industries, Packaging industries,Packaging industries, E/E industries และ Sporting goods industries เพื่อเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์เก่าและใหม่, เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้ และเข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำพลาสติกไปใช้แทน โลหะ หรือ แก้ว กับสินค้าของตนเองได้

GC ได้รับการติดต่อจาก DIC ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกรดพิเศษ PPS (Polyphynielene Sulfide) ที่ใช้แทนโลหะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อีเลคโทรนิคส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

   

ปี 2552

 
GC ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกรดพิเศษ ประเภทสารเติมแต่งจากบริษัท AKZO NOBEL POLYMER CHEMICALS BV จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ AKZO NOBEL จากประเทศเนเธอร์แลนด์
   

ปี 2553

 

ด้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท BST Elastomers จำกัด ในสินค้าประเภท Polybutadiene Rubber และ Styrene Butadiene Rubber ในขณะเดียวกัน สิ้นสุดการต่อสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายของ BASF เนื่องจากการทับซ้อนของผลิตภัณฑ์
   

ปี 2554

ได้รับการแต่งตั้งจาก Timcal Ltd. เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Graphite ซึ่งเป็นสารเติมแต่งสำหรับ โพลีเมอร์
   
  เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท Miliken Chemical ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารเติมแต่งที่ใช้ในการปรับปรุงคุณสมบัติของ Polyethelene และ Polypropylence จากประเทศสหรัฐอเมริกา
   
  เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท Imerys Mineral จากประเทศฝรั่งเศศ ในการเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภท Talcum (Imerys Mineral ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ 117 เหมืองครอบคลุมแร่มากกว่า 30 ชนิด ได้รับซื้อหน่วยธุรกิจ Talcum จาก Rio Tinto Mineral ในเดือนสิงหาคม 2554)